Win Rate, Risk-Reward และคณิตศาสตร์ของการเทรดที่ทำกำไรได้
เข้าใจคณิตศาสตร์เบื้องหลังการเทรดอย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้วิธีที่ Win Rate, อัตราส่วน Risk-Reward และ Expected Value ทำงานร่วมกัน — และทำไม Win Rate 40% ถึงอาจทำเงินได้มากกว่า 70%
Win Rate คืออะไร?
Win Rate คือเปอร์เซ็นต์ของเทรดที่ทำกำไรได้ สูตรนั้นง่าย:
Win Rate = (เทรดที่ชนะ / เทรดทั้งหมด) × 100
ถ้าคุณเทรด 100 ครั้งและ 45 ครั้งทำกำไร Win Rate ของคุณคือ 45% ง่ายพอ — แต่นี่คือจุดที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เข้าใจผิด: พวกเขาคิดว่า Win Rate สูงกว่าแปลว่าได้กำไรมากกว่าโดยอัตโนมัติ
ความเข้าใจผิด: Win Rate สูง = ทำกำไร
เทรดเดอร์ที่มี Win Rate 75% ซึ่งได้กำไรเฉลี่ย $50 ต่อครั้งแต่ขาดทุนเฉลี่ย $200 ต่อครั้ง จะขาดทุนในระยะยาว ชนะบ่อยไม่ช่วยอะไรถ้าขาดทุนแต่ละครั้งใหญ่
ความเข้าใจผิด: Win Rate ต่ำ = ขาดทุน
เทรดเดอร์ที่มี Win Rate 35% ซึ่งได้กำไรเฉลี่ย $400 ต่อครั้งแต่ขาดทุนเฉลี่ย $100 ต่อครั้ง ทำกำไรได้มาก ชนะเยอะเมื่อถูกจะชดเชยการขาดทุนเล็กๆ ที่เกิดบ่อย
Win Rate เพียงอย่างเดียวไม่มีความหมาย
เจาะลึก Risk/Reward Ratio
Risk/Reward Ratio (R/R) วัดว่าคุณมีโอกาสได้กำไรเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินที่เสี่ยงในแต่ละเทรด คำนวณจากราคาเข้า, Stop-Loss และ Take-Profit:
R/R = (Take Profit − Entry) / (Entry − Stop Loss) [สำหรับ Long]
R/R 1:2 หมายความว่าคุณเสี่ยง $1 เพื่อได้ $2 ด้านล่างคือ Win Rate จุดคุ้มทุนสำหรับแต่ละ R/R — Win Rate ขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อไม่ให้ขาดทุน:
| Risk/Reward | Win Rate จุดคุ้มทุน | การตีความ |
|---|---|---|
| 1:1 | 50.0% | ต้องชนะมากกว่าครึ่ง — ไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด |
| 1:1.5 | 40.0% | แพ้ส่วนใหญ่ก็ยังไม่เป็นไร |
| 1:2 | 33.3% | ชนะหนึ่งครั้งจ่ายค่าแพ้สองครั้ง |
| 1:3 | 25.0% | ชนะหนึ่งครั้งจ่ายค่าแพ้สามครั้ง |
| 1:4 | 20.0% | ชนะหนึ่งครั้งจ่ายค่าแพ้สี่ครั้ง |
| 1:5 | 16.7% | ชนะหนึ่งครั้งจ่ายค่าแพ้ห้าครั้ง |
ข้อแลกเปลี่ยน: R/R ที่สูงขึ้นต้องการเป้า Take-Profit ที่กว้างขึ้น ซึ่งหมายความว่าเทรดใช้เวลานานขึ้นและถึง TP น้อยลง ไม่มีอะไรฟรี — คุณแลก Win Rate กับขนาดผลตอบแทน
สูตร Expected Value
Expected Value (EV) คือตัวเลขเดียวที่บอกว่ากลยุทธ์การเทรดทำเงินได้หรือไม่ มันรวม Win Rate และกำไร/ขาดทุนเฉลี่ยเป็นความคาดหวังต่อเทรด:
EV = (Win% × กำไรเฉลี่ย) − (Loss% × ขาดทุนเฉลี่ย)
Win Rate สูง, R/R ต่ำ
Win Rate: 70%, กำไรเฉลี่ย: $80, ขาดทุนเฉลี่ย: $200 EV = (0.70 × $80) − (0.30 × $200) = $56 − $60 = −$4 ต่อเทรด ขาดทุนทั้งที่ชนะ 7 จาก 10 เทรด
Win Rate ต่ำ, R/R สูง
Win Rate: 35%, กำไรเฉลี่ย: $400, ขาดทุนเฉลี่ย: $100 EV = (0.35 × $400) − (0.65 × $100) = $140 − $65 = +$75 ต่อเทรด ทำกำไรมากทั้งที่แพ้ส่วนใหญ่
Win Rate พอใช้ได้ แต่ขาดทุนแอบแฝง
Win Rate: 55%, กำไรเฉลี่ย: $120, ขาดทุนเฉลี่ย: $160 EV = (0.55 × $120) − (0.45 × $160) = $66 − $72 = −$6 ต่อเทรด ดูดีบนผิวเผินแต่ค่อยๆ เลือดไหล
EV คือตัวเลขเดียวที่สำคัญ
ขนาดตัวอย่างและ Variance
แม้กลยุทธ์ที่มี EV เป็นบวกอย่างแข็งแกร่งก็จะมีช่วงขาดทุนต่อเนื่อง นี่คือ Variance — ความสุ่มตามธรรมชาติในผลลัพธ์ ปัญหา: ด้วยขนาดตัวอย่างที่เล็ก Variance สามารถบดบังข้อได้เปรียบของคุณได้อย่างสิ้นเชิง
| Win Rate | ขาดทุนต่อเนื่อง | ความน่าจะเป็น |
|---|---|---|
| 50% | 5 ครั้งติดต่อกัน | 3.1% |
| 50% | 7 ครั้งติดต่อกัน | 0.8% |
| 50% | 10 ครั้งติดต่อกัน | 0.1% |
| 40% | 5 ครั้งติดต่อกัน | 7.8% |
| 40% | 7 ครั้งติดต่อกัน | 2.8% |
| 40% | 10 ครั้งติดต่อกัน | 0.6% |
ที่ Win Rate 50% การขาดทุน 5 ครั้งติดต่อกันมีโอกาสเกิด 3.1% — หมายความว่าในทุกตัวอย่าง 100 เทรด คุณควรคาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้น ที่ Win Rate 40% ช่วงขาดทุนต่อเนื่องพบได้บ่อยยิ่งขึ้น นี่เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่ากลยุทธ์พัง
อย่าทิ้งกลยุทธ์เร็วเกินไป
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความฉลาด
เทรดเดอร์ที่ทำกำไรมากที่สุดไม่ค่อยเป็นคนฉลาดที่สุด พวกเขาเป็นคนที่สม่ำเสมอที่สุด พวกเขาหาข้อได้เปรียบ กำหนดกระบวนการ แล้วดำเนินการโดยไม่เบี่ยงเบน — เทรดแล้วเทรดเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า
เทรดเดอร์ที่เน้นผลลัพธ์
ตัดสินทุกเทรดจากผลลัพธ์ เปลี่ยนกลยุทธ์หลังช่วงขาดทุน เพิ่มขนาดหลังชนะ ลดหลังแพ้ ไล่ตาม Setup และ Indicator ใหม่ๆ อารมณ์ขึ้นลงตาม P&L
เทรดเดอร์ที่เน้นกระบวนการ
ตัดสินเทรดจากว่าทำตามแผนหรือไม่ ยึดกลยุทธ์ผ่าน Variance ขนาด Position คงที่ไม่ว่าผลลัพธ์ล่าสุดจะเป็นอย่างไร เชื่อมั่นในข้อได้เปรียบตลอดตัวอย่างใหญ่ แยกอารมณ์ออกจากผลลัพธ์รายเทรด
การเทรดที่เน้นกระบวนการเป็นเรื่องน่าเบื่อ นั่นคือประเด็น ความตื่นเต้นในการเทรดมักหมายความว่าคุณกำลังทำอะไรผิด — Position ใหญ่เกินไป เข้าเทรดตามอารมณ์ หรือเทรดนอกแผน สำหรับเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้าง Mindset ที่ถูกต้อง อ่าน จิตวิทยาการเทรด สำหรับแผนงานสู่ความสม่ำเสมอแบบเต็ม ดู วิธีเป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้
Backtesting ข้อได้เปรียบของคุณ
ก่อนเสี่ยงเงินจริงกับกลยุทธ์ ทดสอบกับข้อมูลย้อนหลัง Backtesting ให้ตัวอย่างทางสถิติโดยไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน
กำหนดกฎของคุณอย่างชัดเจน
เขียนเงื่อนไขการเข้าและออกที่แน่นอน ถ้าคุณอธิบายมันเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนไม่ได้ มันไม่ใช่กฎ — มันเป็นแค่ความรู้สึก
นำไปใช้กับข้อมูลย้อนหลัง
ย้อนดูกราฟในอดีตและระบุทุกเทรดที่กฎของคุณจะเปิดขึ้น ซื่อสัตย์ — อย่าข้ามเทรดที่ดูไม่ดีเมื่อมองย้อนหลัง
บันทึกทุกเทรด
บันทึก Entry, Exit, TP, SL และผลลัพธ์สำหรับแต่ละเทรด คำนวณ Win Rate, กำไรเฉลี่ย, ขาดทุนเฉลี่ย และ Expected Value
Forward Test
หลัง Backtest แสดง EV บวก รันกลยุทธ์แบบ Real-time บนบัญชี Paper อย่างน้อย 50 เทรด สิ่งนี้จับปัญหาที่ Backtesting พลาด — เช่น ความยากในการ Execute และความท้าทายทางจิตวิทยา
ระวัง Curve-Fitting
นำไปใช้บน Dexly
แนวคิดทั้งหมดนี้ใช้ได้โดยตรงกับการเทรดบน Dexly ต่อไปนี้คือวิธีนำคณิตศาสตร์ไปปฏิบัติจริง:
- ตั้ง TP/SL ทุกเทรด: เมื่อวาง Order บน Dexly ตั้ง Take-Profit และ Stop-Loss เสมอ สิ่งนี้บังคับ Risk/Reward Ratio ของคุณอย่างเป็นกลไก — ไม่มีการออกตามอารมณ์
- ใช้ Position Sizing เพื่อจำกัดความเสี่ยง: กำหนดจำนวนเงินที่เสี่ยงต่อเทรด (1-2% ของบัญชี) แล้วปรับขนาด Position ให้ระยะห่างถึง Stop-Loss เท่ากับจำนวนเงินนั้น
- ติดตามตัวชี้วัดของคุณ: หลังจากทุกเทรด บันทึกชนะ/แพ้, ขนาดกำไร, ขนาดขาดทุน คำนวณ EV แบบ Rolling หลังจากทุก 20-30 เทรด เพื่อดูว่าข้อได้เปรียบของคุณยังคงอยู่
- อย่า Override Order ของคุณ: ข้อดีที่สุดของการตั้ง TP/SL ตอนเข้าเทรดคือการเอาตัวเองออกจากสมการ ปล่อยให้เทรดเล่นออกไป การย้าย Stop-Loss ออกไปไกลขึ้นหรือปิดเร็วจะทำลาย Expected Value ของคุณ
สำหรับคู่มือ Position Sizing และการตั้ง TP/SL แบบครบถ้วน ดู Position Sizing และการจัดการความเสี่ยง
เรียนรู้เพิ่มเติม
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Perpetual Futures มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุน เทรดด้วยเงินทุนที่คุณพร้อมจะสูญเสียเท่านั้น Dexly เป็นอินเทอร์เฟซแบบ Non-custodial คุณรับผิดชอบเงินทุนและการตัดสินใจเทรดของคุณเอง