คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการ Hedge คริปโต

ทำความเข้าใจว่า Hedging คืออะไร ทำไมมันถึงได้ผล และจะนำไปใช้ในคริปโตอย่างไร ตั้งแต่แนวคิดแบบประกันภัย คณิตศาสตร์ Delta-Neutral ไปจนถึงกลยุทธ์ตาม Correlation และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย — ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อ Hedge อย่างมั่นใจ

Last updated: 2026-02-01|12 min read

ทำไมต้อง Hedge? แนวคิดแบบประกันภัย

คุณทำประกันบ้านแม้ไม่คาดว่าจะไฟไหม้ สายการบิน Hedge ค่าน้ำมันแม้ราคาน้ำมันจะนิ่ง Hedging ไม่ใช่การคาดการณ์ — มันคือการเตรียมพร้อมสำหรับผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้

ในคริปโต Hedging หมายถึงการเปิด Position ตรงข้ามเพื่อชดเชยขาดทุนที่อาจเกิดจากการถือครองที่มีอยู่ เป้าหมายไม่ใช่การทำเงินจากตัว Hedge เอง — แต่เป็นการ ปกป้องเงินทุนที่คุณมีอยู่แล้ว สำหรับขั้นตอนปฏิบัติของการ Hedge ด้วย Perps โดยเฉพาะ ดู Hedging ด้วย Perpetual Futures

ปกป้องเงินทุน

จำกัด Drawdown เพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวที่ไม่ดีครั้งเดียวลบกำไรหลายเดือน การอยู่รอดคือกฎข้อแรกของการเทรด

ลดความผันผวน

ทำให้ Equity Curve ราบเรียบขึ้น Portfolio ที่ถูก Hedge จะแกว่งน้อยลง ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจตามอารมณ์น้อยลงและนอนหลับดีขึ้น

อยู่ในเกม

เปิด Position ไว้ผ่านความปั่นป่วน ถือ Token สำหรับ Staking, Airdrop หรือ Governance ขณะที่ลดความเสี่ยงด้านราคา

Hedging เป็นต้นทุน ไม่ใช่การขาดทุน
Hedge ที่หมดอายุโดยไม่มีค่าไม่ใช่เทรดที่ล้มเหลว — มันคือประกันที่คุณไม่ต้องใช้ ต้นทุนของ Hedging คือเบี้ยประกันที่คุณจ่าย (ผ่าน Funding หรือ Upside ที่สูญเสียไป) เพื่อความสบายใจและการรักษาเงินทุน

Hedging ทำงานอย่างไร

แนวคิดหลักเรียบง่าย: คุณถือสอง Position ที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกัน กำไรจากด้านหนึ่งชดเชยขาดทุนจากอีกด้านหนึ่ง Hedge คริปโตที่พบบ่อยที่สุดคือ Long Spot + Short Perpetual Futures ในสินทรัพย์เดียวกัน — สร้าง Position ที่เป็น Delta-Neutral

ตัวอย่าง: Position ETH $10,000

คุณถือ ETH $10,000 บน Spot เพื่อ Hedge คุณเปิด Short ETH Perpetual $10,000 นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหว:

ETH เคลื่อนไหวP&L ไม่ได้ HedgeP&L Hedge เต็มP&L Hedge 50%
−20%−$2,000$0−$1,000
−10%−$1,000$0−$500
0%$0$0$0
+10%+$1,000$0+$500
+20%+$2,000$0+$1,000

Hedge เต็มจะลบการเคลื่อนไหวราคาทั้งหมด — ทั้งกำไรและขาดทุน Hedge 50% ลดความเสี่ยงลงครึ่ง สัดส่วน Hedge ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและความทนต่อความเสี่ยงของคุณ

เครื่องมือ Hedging ในคริปโต

มีหลายวิธีในการลดความเสี่ยงในคริปโต แต่ละวิธีมีข้อแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันในด้านต้นทุน ความซับซ้อน และประสิทธิภาพ Perpetual Futures เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงที่สุดสำหรับการ Hedge แบบ Active — และเป็นเครื่องมือหลักที่มีบน Dexly

Perpetual Futures

ข้อดี: กำหนดขนาดได้แม่นยำ, ไม่มีวันหมดอายุ, สภาพคล่องสูง, มีบน Dexly

ข้อเสีย: ค่า Funding, ต้องวาง Margin, เสี่ยง Liquidation

เครื่องมือ Hedging หลักในคริปโต

การเปลี่ยนเป็น Stablecoin

ข้อดี: วิธีที่ง่ายที่สุด — แค่ขายเป็น USDC/USDT

ข้อเสีย: เสีย Position ทั้งหมด, มี Tax Event, ไม่ได้สิทธิ์ Staking/Airdrop

ดีที่สุดสำหรับออกทั้งหมด ไม่ใช่ Hedging

การกระจายลงทุน

ข้อดี: ลดความเสี่ยงจากการกระจุก, ไม่ต้องทำอะไร

ข้อเสีย: Hedge แบบอ่อน — Correlation พุ่งขึ้นในช่วงตลาดร่วง, ไม่แม่นยำ

เสริม ไม่ใช่ทดแทนการ Hedge แบบ Active

Options / Puts

ข้อดี: ค่าใช้จ่ายสูงสุดที่กำหนดได้ (Premium), ผลตอบแทนแบบ Asymmetric

ข้อเสีย: มีจำกัดในคริปโต, ราคาซับซ้อน, แพงในตลาดที่ผันผวน

กำลังเติบโตแต่ยัง Niche สำหรับเทรดเดอร์คริปโตส่วนใหญ่

ทำไม Perps จึงครองตลาด
Perpetual Futures เป็นเครื่องมือ Hedging ที่ใช้มากที่สุดในคริปโตเพราะมีขนาดที่แม่นยำ ไม่มีวันหมดอายุ สภาพคล่องลึก และสามารถรับ Funding ขณะ Hedge Options ในคริปโตกำลังเติบโตแต่ยังขาดสภาพคล่องและการเข้าถึงเมื่อเทียบกับ Perps

Correlation และ Beta-Adjusted Hedging

คุณไม่จำเป็นต้อง Hedge แต่ละสินทรัพย์เสมอไป เนื่องจากสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่มี Correlation กับ BTC การ Short BTC เพียงครั้งเดียวสามารถเป็น Hedge ตลาดแบบกว้างได้ การเข้าใจ Correlation และ Beta ช่วยให้คุณกำหนดขนาด Hedge ได้ถูกต้อง

Correlation คริปโตทั่วไปกับ BTC

คู่สินทรัพย์Correlation ทั่วไปผลต่อการ Hedge
BTC / ETH~0.85แข็งแกร่ง — BTC Short ครอบคลุม Exposure ETH ส่วนใหญ่
BTC / SOL~0.75ดี — BTC Short ให้ความครอบคลุมพอสมควร
BTC / Stablecoins~0ไม่มี — Stablecoin เป็น Neutral อยู่แล้ว
BTC / Gold~0.1–0.3อ่อน — ทองไม่ใช่ Hedge คริปโตที่มีประสิทธิภาพ

การกำหนดขนาด Hedge ด้วย Beta

Beta วัดว่าสินทรัพย์เคลื่อนไหวมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับ BTC ถ้า SOL มี Beta 1.5 กับ BTC การที่ BTC ลง 10% หมายถึง SOL อาจลงประมาณ 15% เพื่อ Hedge SOL $10,000 ด้วย BTC Short:

ขนาด Hedge = มูลค่า Portfolio × Beta
ขนาด Hedge = $10,000 × 1.5 = $15,000 BTC Short

สำหรับการจัดการ Exposure อย่างแม่นยำบนแต่ละสินทรัพย์ พิจารณา Hedge แต่ละ Position โดยตรง ดู Position Management สำหรับเทคนิคการกำหนดขนาด

Correlation พังในช่วงตลาดร่วง
ในช่วง Market Panic Correlation จะพุ่งเข้าใกล้ 1 — ทุกอย่างลงพร้อมกัน BTC Hedge จะให้ผลน้อยกว่าถ้า Altcoin ของคุณลงแรงกว่า BTC ในช่วงวิกฤตสุดขีด มีเพียง Hedge โดยตรงบนสินทรัพย์เฉพาะเท่านั้นที่ให้การป้องกันเต็มที่

กลยุทธ์ Delta-Neutral

Position ที่เป็น Delta-Neutral มี Exposure ทิศทางเป็นศูนย์ — การเคลื่อนไหวราคาไม่ส่งผลต่อ P&L กลยุทธ์ Delta-Neutral ที่นิยมที่สุดในคริปโตคือ Cash-and-Carry Trade: ถือ Spot และ Short Perp เพื่อเก็บรายได้จาก Funding

ตัวอย่าง Cash-and-Carry

คุณถือ ETH $10,000 บน Spot และ Short ETH Perp $10,000 Funding Rate อยู่ที่ 0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง (อัตราทั่วไปในตลาดขาขึ้น)

ตัวชี้วัดค่า
ขนาด Position$10,000 Spot + $10,000 Short Perp
Funding Rate0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง
รายได้ Funding รายวัน~$3.00 (3 รอบ Funding)
รายได้รายเดือน~$90
รายได้รายปี~$1,095
ผลตอบแทนรายปี~10.95% APR

ผลตอบแทนขยับตาม Funding Rate ในช่วงที่ Sentiment สูง Rate อาจถึง 0.05-0.1% ต่อ 8 ชั่วโมง ดัน Yield รายปีเกิน 20% ในช่วงตลาดเงียบ Yield จะลดลงเหลือตัวเลขหลักเดียวต่ำ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ Funding ดู กลยุทธ์ Funding Rate

Funding อาจกลับเป็นลบ
ถ้า Sentiment ตลาดเปลี่ยนเป็น Bearish Funding Rate จะเป็นลบและ Short เริ่มจ่ายให้ Long Position Delta-Neutral ของคุณจะเปลี่ยนจากรับ Yield เป็นเสียเงิน ติดตาม Funding Rate อย่างต่อเนื่องและเตรียมปิดถ้า Rate กลับทิศ

Hedging ในตลาดแต่ละแบบ

แนวทาง Hedging ที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด สิ่งที่ได้ผลในตลาดขาขึ้นผิดสำหรับตลาดขาลง นี่คือวิธีปรับตัว

ตลาดขาขึ้น

เมื่อไร: ราคาเทรนด์ขึ้น, Sentiment เชิงบวก

ทำไม: ปกป้องกำไรที่ยังไม่ Realize โดยไม่ต้องขายตัวชนะ

อย่างไร: Trail Partial Hedge (25-50%) ตามหลัง Portfolio เพิ่มขนาด Hedge เมื่อ Position โตขึ้น Funding มักเป็นบวก ทำให้ Short ได้ Yield

ตลาดขาลง

เมื่อไร: ราคาเทรนด์ลง, Sentiment เชิงลบ

ทำไม: อยู่รอดผ่าน Drawdown ด้วยเงินทุนที่คงอยู่

อย่างไร: Hedge เต็มหรือหนัก (75-100%) ถ้าถือเพื่อเหตุผลระยะยาว Hedge ทั้ง Position การรักษาเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

ตลาด Sideway / กรอบราคา

เมื่อไร: ราคาแกว่งในกรอบ, ไม่มีเทรนด์ชัดเจน

ทำไม: รับ Yield ขณะรอทิศทาง

อย่างไร: Delta-Neutral Funding Farming ถือ Spot + Short Perp แล้วเก็บ Funding สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกลยุทธ์ Cash-and-Carry

ตามเหตุการณ์

เมื่อไร: Token Unlock, Upgrade, ประกาศ Macro

ทำไม: ป้องกันจากความไม่แน่นอนของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

อย่างไร: Hedge ก่อนเหตุการณ์ ยกเลิกหลังเหตุการณ์ ใช้ Hedge เต็มหรือเกือบเต็ม เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปและทิศทางชัดเจน ถอด Hedge แล้วเทรดตามทิศทาง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการ Hedge

Hedging ตรงไปตรงมาในทฤษฎีแต่ง่ายที่จะผิดพลาดในทางปฏิบัติ นี่คือข้อผิดพลาดที่ทำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่สะดุด สำหรับความเสี่ยงเฉพาะ Leverage ดู Leverage และ Liquidation

Over-Hedging

Hedge 100% ของ Portfolio ในตลาดขาขึ้นจะฆ่า Upside ทั้งหมด คุณจ่ายค่า Funding สำหรับการป้องกันที่อาจไม่จำเป็น

แก้ไข: จับคู่สัดส่วน Hedge กับมุมมองความเสี่ยงจริงของคุณ ในตลาดขาขึ้น 25-50% มักเพียงพอ

ขนาดผิด

Hedge ของคุณไม่ตรงกับ Exposure Short $5,000 กับ Position $10,000 ครอบคลุมความเสี่ยงแค่ครึ่ง

แก้ไข: คำนวณขนาด Hedge อย่างแม่นยำ คำนึงถึง Beta เมื่อ Cross-Hedge ด้วยสินทรัพย์ต่าง

เพิกเฉยค่า Funding

ถือ Hedge เป็นเดือนกับ Funding ที่เป็นลบจะค่อยๆ ดูดเงินจากบัญชี การจ่ายรายชั่วโมงที่เล็กน้อยทบต้นเป็นค่าใช้จ่ายที่มีนัยสำคัญ

แก้ไข: ติดตาม Funding สะสมที่จ่ายไป ตั้งเพดานค่าใช้จ่ายสูงสุดแล้วปิดถ้า Funding เกิน

ไม่ Rebalance

เมื่อราคาเคลื่อนไหว สัดส่วน Hedge จะเคลื่อน Spot $10k / Short $10k กลายเป็น Spot $12k / Short $8k หลังราคาขึ้น 20%

แก้ไข: Rebalance รายสัปดาห์หรือเมื่อสัดส่วน Hedge เคลื่อนเกิน 10% จากเป้าหมาย

Hedge ด้วย Leverage สูง

ใช้ Leverage 10x หรือ 20x บน Hedge หมายความว่าการเคลื่อนไหวสวนทางปานกลางจะ Liquidate Hedge ทำให้คุณเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่

แก้ไข: ใช้ Leverage 1-2x สำหรับ Hedge แนะนำ Cross Margin Hedge ต้องอยู่รอดผ่านความผันผวน

Hedge สิ่งที่ควรขาย

ถ้าคุณ Bearish สินทรัพย์จริงๆ และไม่มีเหตุผลที่จะถือ Hedging จะเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

แก้ไข: ถามตัวเอง: ทำไมถึงถืออยู่? ถ้าไม่มีเหตุผล (Staking, Airdrop, ภาษี) แค่ขาย Position ไป

Leverage บน Hedge Position
Hedge ควรปกป้องคุณ — ไม่ใช่สร้างความเสี่ยงใหม่ Leverage สูงบน Hedge Position หมายความว่ามันอาจถูก Liquidate ในช่วงราคาเคลื่อนไหวแรง ลบการป้องกันในตอนที่คุณต้องการมากที่สุด ใช้ Leverage Hedge ต่ำ (1-2x) และ Cross Margin

เริ่ม Hedge บน Dexly

การ Hedge บน Dexly ทำได้ตรงไปตรงมา ทำตามสามขั้นตอนนี้เพื่อปกป้อง Portfolio ของคุณโดยใช้ Perpetual Futures บน Hyperliquid

1
ระบุ Exposure ของคุณ

ตรวจสอบการถือครอง Spot และกำหนดว่า Position ไหนที่คุณต้องการปกป้อง คำนวณมูลค่ารวมเป็นดอลลาร์ของ Exposure ที่ต้องการ Hedge

2
เปิด Perp Position ตรงข้าม

Short Perpetual ของสินทรัพย์ที่คุณต้องการ Hedge (หรือใช้ BTC เป็นตัวแทนสำหรับ Portfolio Hedge) จับคู่ Notional Value กับสัดส่วน Hedge ที่ต้องการ ใช้ Leverage 1-2x และ Cross Margin

3
ติดตามและ Rebalance

ตรวจสอบสัดส่วน Hedge เมื่อราคาเคลื่อนไหว Rebalance เมื่อสัดส่วนเคลื่อนเกิน 10% จากเป้าหมาย ติดตามค่า Funding สะสมและปรับหรือปิดถ้าสภาวะเปลี่ยน

แนะนำ Cross Margin สำหรับ Position ที่ถูก Hedge — ใช้ยอดเงินทั้งบัญชีเป็น Collateral ลดความเสี่ยง Liquidation บน Hedge Leg

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Perpetual Futures มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุน เทรดด้วยเงินทุนที่คุณพร้อมจะสูญเสียเท่านั้น Dexly เป็นอินเทอร์เฟซแบบ Non-custodial คุณรับผิดชอบเงินทุนและการตัดสินใจเทรดของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการ Hedge คริปโต - Learn | Dexly